มี 100 เยนก็ซื้อเครื่องเขียนสุดพิเศษแบบ ไดโซะ ญี่ปุ่น สุดเก๋มีใช้แล้วดีกับใจ

มี 100 เยนก็ซื้อเครื่องเขียนสุดพิเศษแบบ ไดโซะ ญี่ปุ่น สุดเก๋มีใช้แล้วดีกับใจ
ช้อปไดโซะคราวนี้ต้องซื้อของดีกลับไปให้ได้นะ เพราะเรารวม 9 เครื่องเขียนวิเศษประจำร้านมาโชว์ให้ได้ไปช้อปมาใช้กันก่อนใครเพื่อน ราคาไม่แรงมี 100 เยนก็ซื้อได้ Daiso (ไดโซะ) คือแหล่งช้อปปิ้งที่หลายคนรู้จักกันดีและเรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ร้านร้อยเยน’ ซึ่งความหมายของร้านร้อยเยนว่านั่นก็คือ สินค้าภายในร้านแห่งนี้ส่วนใหญ่มีราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น (และถ้าจ่ายราคาเต็มจะบวกค่าภาษีอีกนิดหน่อยเป็น 108 เยน)

สินค้าที่วางขายในร้านก็มีหลากหลายอย่างทั้งของใช้ทั่วไป เครื่องเขียน ของกิน ของตกแต่งบ้าน และอีกสารพัดอย่างที่มีทั้งประโยชน์และความน่ารัก ร้านนี้จึงเป็นขวัญของใครหลายคน เพราะถ้านึกอยากได้อะไรก็แทบหาเจอที่ไดโซะทุกอย่าง แถมร้านไดโซะยังมีสาขามากมายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น แม้แต่ในบ้านเราเองก็มีนะแค่สินค้าบางอย่างอาจมีขายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

ความเด็ดดวงของไดโซะอีกอย่างนอกจากสาขาเยอะ ราคาถูกแล้วสินค้าหลายอย่างในร้านก็มีคุณสมบัติพิเศษ แปลก และไม่มีขายที่ไหน โดยเฉพาะเครื่องเขียนภายในร้าน เราจึงจัดขบวนเครื่องเขียนที่ใช้งานได้สะดวกและผ่อนแรงเราได้จนแทบนึกไม่ถึงมาให้ทุกคนไปช้อปมาใช้กัน

พักชิลล์ละไมที่ คาเฟ่ โตเกียว สไตล์ย้อนยุค ใกล้สถานีรถไฟ

พักชิลล์ละไมที่ คาเฟ่ โตเกียว สไตล์ย้อนยุค ใกล้สถานีรถไฟ
1. Kosoan (古桑庵)
2. Kasoyo (花想容)
3. mugimaru2 (ムギマル)
bf42a0435c90b92c785cb3dcc5beca28-1
Cr: macaro-ni.jp

ที่โตเกียวนั้นขึ้นชื่อในเรื่องร้านคาเฟ่ ที่มีรูปแบบการตกแต่งร้าน และอาหารที่หลากหลาย และมีสไตล์ วันนี้เราขอนำเสนอคาเฟ่รูปแบบย้อนยุคที่แต่ละร้านนำเอาบ้านเก่ามาประยุกต์เป็นคาเฟ่ที่สวยมาสไตล์ ที่สำคัญเดินทางง่าย อาหารราคาไม่แพง ใครชอบความชิคแบบดั้งเดิมไม่ควรพลาด มาดูกันซิว่าที่ไหนน่าไปเยือนบ้าง

ใครจะรู้ว่าท่ามกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟนั้น จะมีสวนแบบญี่ปุ่นสวยงามที่โอบล้อมคาเฟ่ สไตล์ย้อนยุคอยู่ทางร้านได้ประยุกต์เอาบ้านสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมให้เป็นคาเฟ่ สวยงามด้วยเสื่อญี่ปุ่นและโต๊ะนั่งพร้อมเบาะรองนุ่ม ที่ตั้งไม่ไกลจากบานกระจกเปิดให้ชมความสวยงามของสวนญี่ปุ่น บรรยากาศในร้านรักษาความสวยงามสไตล์บ้านญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีบรรยากาศว่าสวย น่านั่งชิลล์แล้วแต่ คาเฟ่ โตเกียว แห่งนี้ยังมีเมนูของหวานหลากหลาย ทั้งไอศครีม ชา กาแฟ สมูทตี้ น้ำแข็งใส พร้อมขนม จัดมาในชุดสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับคาเฟ่

เซ็ตไอศครีมที่ท็อปมาบนผลไม้แสนอร่อยยวนใจ ยิ่งราดคาราเมลยิ่งอร่อยโดนใจ ราคาชุดนี้ 830 เยนเท่านั้น พร้อมมีชาร้อนมาในเซ็ตตัดหวานอร่อยเข้ากันใครอยากนั่งพักสบาย กินขนมอร่อยๆ ในบรรยากาศย้อนยุค แวะเวียนมาที่นี่ได้เลย

แนะนำ 8 ร้านอาหารนาโกย่า อร่อยเด็ดประจำเมือง พร้อมคูปองส่วนลดพิเศษ

แนะนำ 8 ร้านอาหารนาโกย่า อร่อยเด็ดประจำเมือง พร้อมคูปองส่วนลดพิเศษ
นาโกย่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจูบุ ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของภูมิภาค ที่มีจุดเด่นคืออาหารอร่อยหลากหลายอย่าง วันนี้เราจึงขอพาเพื่อน ๆ ไปชิมอาหารสูตรนาโกย่ากันที่ 8 ร้านอาหารนาโกย่า ความอร่อยประจำเมือง รสเด็ดไม่แพ้เมืองไหนแน่นอน

Contents Index

1. Torisai Tetsusuke (鶏菜 てつすけ ) : อร่อยบรรยากาศสบาย ๆ
2. Ikeike Dondon (活 々 豚 々) : ชาบูหมูเน้น ๆ
3. Kitchen Nagoya (キッチンなごや) : ร้านหมูทอดมิโซะแดงสุดอร่อย
4. Kisoji Nishiki (木曽路 錦店) : ชาบูอร่อยกับเนื้อสุดหรู
5. Sanya Lucent-Tower (燦家 ルーセント タワー 店) : ปิ้งย่างอร่อยเพลิน
6. Torigotetsu (とり五鐵) : ข้าวหน้าไก่สูตรอร่อย
7. Yamamotoya Sohonke (山本屋総本家) : อุด้งเส้นนุ่มในซุปมิโซะแดง
8. Ihana cafe SKYLE : เติมความหวานแสนอร่อย
1Torisai Tetsusuke (鶏菜 てつすけ ) : อร่อยบรรยากาศสบาย ๆ

ประเดิมร้านแรกกันที่อาหารปิ้งย่างสูตรเด็ดที่ Torisai Tetsusuke ร้านยากิโทริที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของเหล่าของปิ้งย่างที่ทาด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษ ย่างบนไฟร้อน ๆ รอเราเข้าไปสั่งมาชิม โดยของที่นำมาปิ้งย่างนั้นมีทั้งเนื้อไก่ เครื่องในไก่ รวมไปถึงผักย่างอย่างพริกหยวกที่หากได้กินคู่กันแล้วจะเข้ากันเป็นอย่างดี
เมนูยากิโทริยังเป็นอาหารที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ด้วย บรรยากาศภายในร้านจึงค่อนข้างสบาย ๆ เหมาะจะมานั่งชิลปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทเป็นที่สุด
ใครอยากกินเป็นเซ็ตอาหารให้อิ่มท้องไปเลยก็แวะมาฝากท้องมื้อกลางวันกับมืื้อเย็นได้เลย เดินทางมาได้ง่ายเพราะร้านอยู่ภายในสถานีรถไฟ JR Nagoya station เลยล่ะ หรือถ้าเพิ่งเดินทางมาถึงนาโกย่าใหม่ ๆ แวะกินอะไรรองท้องที่ร้านนี้ก่อนก็ได้ไม่มีปัญา

โรงงานมิโซะสูตรลับแห่งโอกาซากิ

โรงงานมิโซะสูตรลับแห่งโอกาซากิ
Kaku kyu คือโรงงานที่ผลิต ฮัทโจ มิโสะ ในตำนานมายาวนานกว่า 370 ปี และยังคงสืบทอดขั้นตอนในการทำมิโสะแบบดั้งเดิมมาตลอดซึ่งขั้นตอนในการทำมิโสะชนืดนี้ใช้แรงคนมากที่สุด เรียกได้ว่าทุกขั้นตอนคือการลงมือทำอย่างประณีตและเอาใจใส่ตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

และที่โรงงานผลิตมิโสะแห่งนี้จะมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอุปกรณ์และขั้นตอนในการทำมิโสะให้เราดูกันด้วย แถมยังเข้าไปชมกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยสักเยน โดยจะใช้เวลาในการเดินทัวร์ประมาณ 30-50 นาทีอย่างที่รู้กันไปแล้วว่า Hatcho Miso นั้นคือมิโสะสูตรเข้มข้นที่จะมีสีเข้มกว่ามิโสะชนิดอื่นในประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนว่ารสชาตินั้นก็จะออกไปทางเข้มข้น แต่ก็กลมกล่อมอร่อยครบรสด้วยเช่นกัน และกระบวน

การผลิตตามแบบฉบับดั้งเดิมนั้นทำให้มิโสะของที่นี่คงรสชาติอันเป็นต้นตำรับเอาไว้ได้มาจนปัจจุบันและนอกจากในส่วนของโรงงานและพิพิธภัณฑ์ที่นี่ยังมีโซนร้านอาหารและร้านค้าให้เราได้ลองชิมหรือซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก Hatcho Miso ของที่นี่ได้ด้วย ถ้าอยากกินและดื่มด่ำ Hatcho Miso ของแท้ละก็ต้องมาลองกินที่นี่เลย

มารู้จักกับ มิโสะ และ ‘Hatcho Miso’ กันก่อน

มารู้จักกับ มิโสะ และ ‘Hatcho Miso’ กันก่อน
มิโสะ หรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น นั้นเป็นอีกหนึ่งอาหารประจำชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กันมากว่า 1,300 ปี ประมาณว่าชาวญี่ปุ่นต้องมีมิโสะติดบ้านกันทุกหลัง หลายคนน่าจะเคยได้ชิมเจ้าอาหารชนิดนี้ผ่านการทำซุปหรือที่เรียกกันว่า ‘ซุปมิโสะ (Miso soup)’ กินคู่กับอาหารญี่ปุ่นชนิดอื่น ๆ ช่วยให้คล่องคอ และมิโสะเองยังเป็นเครื่องปรุงหรือส่วนผสมในการเพิ่มรสชาติความอร่อยของอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับอาหารญี่ปุ่น

โดยมิโสะนั้นเป็นอาหารหมักพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่นที่เกิดจากการหมักถั่วเหลือง หรือข้าวบาเล่ย์และเกลือจนมีรสชาติกลมกล่อม เนื้อของมิโสะจะมีลักษณะนิ่ม มีรสเค็ม กลิ่นคล้ายเนื้อ มีโปรตีนสูง มีสีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม และสีที่แตกต่างกันของมิโสะนี่เองที่แยกชนิดของมิโสะ และมิโสะที่เราจะพูดถึงกันก็คือมิโสะสีน้ำตาลเข้มแห่งเมืองโอกาซากิที่มีชื่อว่า Hatcho Miso

Hatcho Miso (八丁味噌, ฮัทโจ มิโสะ) คือมิโสะสูตรดั้งเดิม มีชื่อเสียงในจังหวัดไอจิมาหลายร้อยปี มีรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ สีของมิโสะชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาลเข้มออกไปทางแดงหน่อย ๆ ตามสูตรดั้งเดิมจะหมักจากถั่วเหลือง เกลือและน้ำในถังไม้ซีดาร์ขนาดใหญ่จุดเด่นอีกอย่างของ ฮัทโจ มิโสะ ก็คือมีโปรตีนและไฟเบอร์สูง แต่ปริมาณโซเดียม แคลอรี่และไขมันจะน้อยกว่ามิโสะชนิดอื่น ซึ่งถือว่าดีต่อสุขภาพมาก ๆ ซึ่งมิโสะชนิดนี้ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารท้องถิ่นประจำเมืองโอกาซากิและนาโกย่าและแต่เดิมมิโสะชนิดนี้ก็ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะในเมืองโอกาซากิ ที่ในอดีตมีชื่อว่าเมือง Hatcho อันเป็นชื่อเดียวกับมิโสะนั่นเอง ในปัจจุบันการทำ Hatcho Miso ตามวิธีการดั้งเดิมนั้นยังคงมีให้เราเห็นได้ที่โรงงานผลิตมิโสะ Kaku Kyu ที่เมืองโอกาซากินั่นเอง

6 ร้าน โอนิกิริ ข้าวปั้นสามเหลี่ยมสุดอร่อยในโตเกียว กินง่าย ราคาประหยัด

6 ร้าน โอนิกิริ ข้าวปั้นสามเหลี่ยมสุดอร่อยในโตเกียว กินง่าย ราคาประหยัด
โอนิกิริ (Onigiri) คือข้าวปั้นญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวเป็นทรงสามเหลี่ยหรือวงกลม ทำจากข้าวญี่ปุ่นที่นำมาปรุงรสแล้วใส่ไส้ไว้ด้านในก่อนจะปั้นเป็นสามเหลี่ยมหรือวงกลม เดิมไส้ที่นำมาใส่จะเป็นบ๊วยเค็มหรือปลาเค็มแต่ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นนั้นก็คิดค้นไส้อร่อย ๆ ขึ้นมาอีกหลากหลายแบบ เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหาร ขนาดพอเหมาะ พกพาสะดวก และทำให้อิ่มท้องได้ โอนิกิริจึงเป็นอาหารที่ชาวญี่ปุ่นนิยมพกพาออกไปกินข้างนอกระหว่างเดินทาง โดยใส่ลงในกล่องข้าวหรือโอเบนโตะนั่นเอง

โอนิกิริถือเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงมากของประเทศญี่ปุ่นและเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศ ทำให้มีวางขายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอาหารที่มีแต่เมนูโอนิกิริ และวันนี้เราจึงขอพาทุกคนไปชิมโอนิกิริสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ กันในร้านที่ขายเฉพาะข้าวปั้นโอนิกิริเท่านั้นทั้ง 6 ร้าน บอกเลยว่าแต่ละร้านราคาแสนถูก รสชาติก็สุดอร่อย
ร้านโอนิกิริแห่งแรกที่เราจะพาไปชิมกันนั้นอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Jujo สักเท่าไหร่ แม้ย่านนี้จะไม่ใช่ย่านชื่อดังในโตเกียว แต่ที่นี่ก็มีร้านข้าวปั้นญี่ปุ่นสุดอร่อยรอให้เราไปชิมอยู่

แถมราคาข้าวปั้นภายในร้านก็ถูกแสนถูก เพราะโอนิกิริส่วนใหญ่ในร้านราคาแค่เพียง 110 เยนเท่านั้นเอง ! มีหลากหลายไส้ให้เราได้เลือกลิ้มลองแต่ละรสชาติความอร่อยบอกเลยว่าถึงจะราคาถูกแต่ไส้ที่ใส่มาในข้าวปั้นนั้นจัดเต็มสุด ๆ เรียกได้ว่าปริมาณไส้พอ ๆ กับปริมาณข้าวเลยทีเดียว เห็นแล้วน่ากินไม่ใช่เล่นเลยใช่ม้า ใครอยากลองความอร่อยราคาถูกของข้าวปั้นโอนิกิริร้านนี้ก็แวะมาได้ ร้านเปิดตั้งแต่ 6.30-17.00 น. เลย จะเลือกกินเป็นมื้อไหนก็ประหยัดมื้อนั้น

แอบแสบ จอห์นนี เดปป์ จ่ายค่าเลี้ยงดู แอมเบอร์ เฮิร์ด

แอบแสบ จอห์นนี เดปป์ จ่ายค่าเลี้ยงดู แอมเบอร์ เฮิร์ด
ปูดภาพชิ้นใหม่หนึ่งในหลักฐานที่ แอมเบอร์ เฮิร์ด ยื่นต่อศาล ชี้ จอห์นนี เดปป์ เมาอาละวาดพลาดทำปลายนิ้วโดนเฉือนแหว่ง แต่เจ้าตัวไม่สนใจ จัดแจงเอานิ้วป้ายสี เขียนกระจกแฉอดีตภรรยาสาว แอมเบอร์ เฮิร์ด เล่นชู้กับนักแสดงชื่อดัง บิลลี่ บ็อบ ยังคงเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง สำหรับคู่สามีภรรยาไม้เบื่อไม้เมาอย่าง จอห์นนี เดปป์ และ แอมเบอร์ เฮิร์ด ที่เพิ่งมีการปล่อยคลิปวิดีโอออกมาดิสเครดิตฝ่ายชายว่าเป็นพวกใช้ความรุนแรง ขี้เมา และชอบตะคอกผู้หญิง (อ่านข่าว : ปูดคลิปหลุด แฉ จอห์นนี เดปป์ อาละวาดใส่ แอมเบอร์ เฮิร์ด !)

ล่าสุด (16 สิงหาคม 2559) เว็บไซต์ TMZ เผยภาพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ แอมเบอร์ เฮิร์ด ใช้ยื่นต่อศาล อ้างว่าเป็นนิ้วของ จอห์นนี เดปป์ โดยภาพเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ปลายนิ้วในลักษณะถูกของมีคมเฉือนเนื้อแหว่ง มีเลือดแดงฉานอาบทั่วแผลที่ดูน่ากลัว พร้อมกับภาพกระจกเงาบานหนึ่งที่ถูกเขียนข้อความบางอย่างด้วยสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า เป็นลายมือของ จอห์นนี เดปป์ ที่ใช้นิ้วเลือดอาบจุ่มลงในถังสี แล้วนำมาละเลงบนกระจกอย่างที่เห็น

แม้ข้อความบนกระจกนั้นจะดูยุ่งเหยิงจนอ่านแทบไม่เป็นประโยค แต่แหล่งข่าวระบุว่า ข้อความดังกล่าวเป็นการแฉว่า แอมเบอร์ เฮิร์ด สวมเขา จอห์นนี เดปป์ แอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับ บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน เพื่อนนักแสดงในวงการ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านพักตากอากาศในออสเตรเลีย เมื่อเดือนมีนาคมของปี 2558 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกันข้อมูลจากฝั่ง แอมเบอร์ เฮิร์ด ชี้ว่า นี่เป็นปลายนิ้วของอดีตสามีที่ถูกเศษแก้วบาดจนเนื้อหลุด หลังจากที่เขาเมาอาละวาดปาข้าวของ ก่อนจะใช้สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นสีวาดรูปของเธอป้ายที่ปลายนิ้ว แล้วเขียนบนกระจกอย่างที่เห็น ซึ่งสามารถแกะเป็นคำอ่านได้ว่า STARRING, Billy Bob และ Easy Amber โดยชื่อบิลลี่ นั้นคือ บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน นักแสดงรุ่นใหญ่วัย 61 ปี ที่เดปป์กล่าวหาว่าเฮิร์ดไปมีสัมพันธ์สวาทด้วย ซึ่งทางนางแบบสาวได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

แอบแสบ จอห์นนี เดปป์ จ่ายค่าเลี้ยงดู แอมเบอร์ เฮิร์ด แล้ว ส่งตรงบริจาคไม่ผ่านมือเธอเลย

แอบแสบ จอห์นนี เดปป์ จ่ายค่าเลี้ยงดู แอมเบอร์ เฮิร์ด แล้ว ส่งตรงบริจาคไม่ผ่านมือเธอเลย
จอห์นนี เดปป์ จ่ายเงินค่าเลี้ยงดูให้ แอมเบอร์ เฮิร์ด ตามสัญญา ส่งตรงบริจาคให้มูลนิธิในนามแอมเบอร์ตามที่ฝ่ายหญิงเคยออกปากว่าจะให้ โดยเงินก้อนนี้ไม่ได้ผ่านมือนางแบบสาวเลยแม้แต่น้อยแต่มีชมเปาะ ความตั้งใจมอบเงินทั้งหมดเพื่อการกุศลของแอมเบอร์ช่างน่าชื่นชมจริง ๆ แบบนี้แสดงว่าแฮปปี้เอ็นดิ้ง…สินะ !?

เรื่องราวเหมือนจะจบลงไปสวย ๆ แล้ว (มั้ง ?) สำหรับกรณีของอดีตคนเคยรักระหว่างนักแสดงดัง จอห์นนี เดปป์ และเมียนางแบบ แอมเบอร์ เฮิร์ด หลังฝ่ายหญิงยินยอมถอนฟ้อง โดยเดปป์ก็ตกลงจ่ายค่าเลี้ยงดูให้นางแบบสาวเป็นเงิน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ่านข่าว แอมเบอร์ เฮิร์ด ถอนฟ้องอดีตสามีแล้ว หลัง จอห์นนี เดปป์ จ่าย 240 ล้านบาท) ซึ่งฝ่ายหญิงเปิดเผยว่า เธอจะนำเงินจำนวนนี้ทุกเซนต์ทุกดอลลาร์บริจาคเพื่อการกุศลทั้งหมดแต่รายงานล่าสุด (25 สิงหาคม 2559) จากเว็บไซต์ yahoo เปิดเผยว่า ตามสิ่งที่แอมเบอร์เฮิร์ดได้ลั่นเอาไว้ว่าจะแบ่งเงินก้อนนี้เป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน และบริจาคให้กับมูลนิธิ ACLU และโรงพยาบาลเด็กลอสแอนเจลิส แต่หลังการตรวจเช็กเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ายังไม่มีแห่งใดได้รับเงินนั้นเลย แต่เพียงอีก 1 วันให้หลังเท่านั้น ก็ได้ข่าวใหม่อันน่ายินดี ว่าทั้งสองสถานที่ได้รับเช็คเงินบริจาคเข้ามาแล้ว โดยเจ้าของเงินคือ จอห์นนี เดปป์ ที่สั่งออกเช็คในนาม แอมเบอร์ เฮิร์ด ก็ไหน ๆ อดีตเมียรักจะเอาเงินค่าเลี้ยงดูมาบริจาคให้มูลนิธิอยู่แล้วนี่นา เขาเลยช่วยสานความปรารถนา สั่งจ่ายเช็คเงินค่าเลี้ยงดูก้อนแรก 7 ล้านดอลลาร์ ส่งตรงถึงมูลธิทั้ง 2 แห่งนั้นเสียเลย

งานนี้ดูแล้วก็เหมือน ๆ จะแฮปปี้กันถ้วนหน้า แต่ดันปรากฏว่าฝ่ายของแอมเบอร์ เฮิร์ด ได้ออกมาตอบโต้เกือบทันควันว่า รู้สึกยินดีต่อการส่งตรงบริจาคเงินไปยัง 2 มูลนิธิโปรดของเฮิร์ด แต่อย่างไรก็ตาม การแบ่งจ่าย (บริจาค) ไม่เต็มจำนวนของเดปป์ ก็เพียงเพื่อผลประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีของตนเองเท่านั้น และขอให้เขาจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูเต็มจำนวนทั้ง 14 ล้านดอลลาร์ทันทีนับจากนี้ ไม่ใช่ทยอยแบ่งจ่ายไปข้ามปี

สุดตื้นตัน เฉินหลง หลั่งน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อเจอเซอร์ไพรส์จากทีวีจีน

สุดตื้นตัน เฉินหลง หลั่งน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อเจอเซอร์ไพรส์จากทีวีจีน
สุดตื้นตัน เมื่อรายการทีวีจีนจัดเซอร์ไพรส์ เฉินหลง พาทีมสตั๊นต์รุ่นแรกมาเจอกับเขาในรายการ พร้อมรำลึกถึงช่วงเวลาที่ร่วมเสี่ยงตายมาด้วยกัน เล่นจริง เจ็บจริง

เป็นภาพช่วงเวลาแห่งความตื้นตันและเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ สำหรับเหล่าแฟนหนังฮ่องกง และผู้ที่ชื่นชอบหนังบู๊สไตล์แอ็คชั่นคอมเมดี้ของ เฉินหลง เมื่อทางรายการโทรทัศน์ในจีนได้จัดเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่ให้กับนักแสดงและผู้กำกับคนดังรายนี้ ระหว่างเดินทางไปโปรโมทหนังเรื่องใหม่ “Kung Fu Yoga”

โดยจากคลิปรายการที่แฟนเพจ “หนังฮ่องกงแฟนคลับ” หยิบยกมาให้เราได้ชมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 เป็นช่วงเวลาที่ทางรายการได้พาเฉินหลงย้อนความทรงจำไปถึงเหล่าสตั๊นต์ทีมรุ่นแรก ที่ได้ร่วมงานกับเขาในหนังยุคก่อนหน้านี้ พร้อมให้ตัวแทนสตั้นต์ออกมาเล่าถึงเรื่องราวการทำงานในยุคก่อนที่ต้องเล่นจริง เจ็บจริง ทำงานด้วยความเสี่ยงจนบางคนถึงขั้นต้องแยกทางกับแฟน นอกจากนี้ยังเล่าถึงความประทับใจในตัวลูกพี่ใหญ่ที่คอยดูแลสนับสนุนทีมงานเป็นอย่างดี แม้จะยังไม่ดังและได้เงินน้อย แต่ก็ยังนำมาแบ่งปันกันอย่างเท่าเทียม

เฉินหลง

ในระหว่างที่เฉินหลงกำลังชมภาพในมอนิเตอร์อยู่นั้น ทางรายการยังได้จัดเซอร์ไพรส์ด้วยการพาทีมสตั๊นต์รุ่นแรกของเฉินหลงที่เกษียณไปแล้ว มายืนอยู่ข้างหลังโดยที่เฉินหลงไม่รู้ตัว

ก่อนที่พิธีกรจะถามเฉินหลงว่า คิดถึงลูกทีมรุ่นแรกนี้หรือไม่ แล้วอยากเจอหรือเปล่า เฉินหลงจึงกล่าวถึงลูกทีมของเขาอย่างแสนคิดถึง บอกว่าเวลาผ่านไป 40 ปีแล้ว ทุกคนต่างร่วมเป็นร่วมตายกันมา แขนขาหักจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครเห็น ในปีนี้เมื่อตัวเขาได้รับรางวัลออสการ์ เกียรติยศนี้ก็ต้องแบ่งให้ทุกคนเช่นกัน

จนถึงจังหวะหนึ่งที่เขากล่าวถึงทีมสตั๊นต์รุ่นใหม่นั้นเอง เฉินหลงก็ได้หันไปมองด้านหลัง โดยไม่เอะใจในทีแรก จนหันไปครั้งที่ 3 จึงจำได้ว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาเหล่านี้คือทีมสตั๊นต์รุ่นแรกที่ผ่านความทรงจำต่าง ๆ ด้วยกันมา ในขณะที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันส่งเสียงเรียก “พี่ใหญ่”

บริษัทดูแลการเงินแฉ จอห์นนี เดปป์ ติดนิสัยใช้เงินมือเติบ เดือนละกว่า 70 ล้าน

บริษัทดูแลการเงินแฉ จอห์นนี เดปป์ ติดนิสัยใช้เงินมือเติบ เดือนละกว่า 70 ล้าน
บริษัทดูแลการเงินของ จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) แฉนักแสดงดังติดนิสัยใช้เงินมือเติบ เดือนละกว่า 70 ล้านบาท ต้องเจอวิกฤตการเงินเพราะการใช้เงินเกินตัว

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้งสำหรับนักแสดงคนดังอย่าง จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) ที่เพิ่งจะออกมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.7 ร้อยล้านบาท) จากบริษัท The Management Group (TMG) ซึ่งเคยทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงินให้แก่เขา โดยอ้างว่าทางบริษัททำหน้าที่บกพร่องหลายอย่าง ทั้งยื่นภาษีให้เขาไม่ตรงเวลาจนทำให้โดนปรับเงิน ไหนจะมีปัญหาเรื่องการทำงานอย่างไม่โปร่งใสต่าง ๆ อีก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (1 กุมภาพันธ์ 2560) เว็บไซต์ people.com ได้รายงานความคืบหน้า เมื่อทาง TMG ได้ออกมาแฉกลับ อ้างว่าวิกฤตด้านการเงินที่ จอห์นนี เดปป์ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้เกิดจากนิสัยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายของเขาเองทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของทางบริษัทแต่อย่างใด โดยเขามักจะมีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 70 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการใช้จ่ายที่เกินตัว

โดย TMG อ้างว่า ทางบริษัทต้องขอให้เขาจ่ายเงินอีกกว่า 560,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19 ล้านบาท) เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต ที่ผ่านมาทางบริษัทมักจะเตือนเดปป์ให้เพลา ๆ นิสัยใช้เงินเกินตัวมาตลอด ให้ระวังสถานการณ์การเงินอันล่อแหลมของตัวเอง ให้ขายทรัพย์สินบ้าง รวมถึงเตือนให้เขาทำสัญญาก่อนแต่งงานกับ แอมเบอร์ เฮิร์ท ที่ตอนนี้เลิกรากันไปแล้วด้วย แต่เดปป์ก็ไม่เคยฟัง ยืนยันว่าจะแต่งงานโดยไม่ทำสัญญาก่อนแต่งใด ๆ และจะขอทำงานให้หนักขึ้นเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายสิ่งใดก็ตามที่เขาอยากซื้อ
จอห์นนี่ เดปป์
Tinseltown / Shutterstock, Inc.

นอกจากนี้ TMG ยังได้เผยถึงรายการค่าใช้จ่ายสุดฟุ่มเฟือยในไลฟ์สไตล์อู้ฟู่ของนักแสดงคนดัง โดยมีรายละเอียดคร่าว ๆ เช่น

– บ้าน 14 หลัง ราคากว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.6 พันล้านบาท)

– เรือยอชท์สุดหรู ราคากว่า 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.3 ร้อยล้านบาท)

– รถหรู 45 คัน มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ

– ค่าจ้างพนักงานเต็มเวลา 40 คน เดือนละ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านบาท)

– ค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยแก่ตัวเองและครอบครัว เดือนละ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 ล้านบาท)

– ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องบินส่วนตัว เดือนละ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7 ล้านบาท)

– ค่าไวน์ราคาแพงที่สั่งมาจากทั่วโลก เดือนละ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านบาท)

– คอลเลคชั่นงานศิลป์ราคาสูงลิบจำนวนมาก มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ

– ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกกว่าปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 ร้อยล้านบาท) เพื่อเกื้อหนุนกลุ่มเพื่อน ๆ และครอบครัว

ในขณะที่เดปป์ได้บอกศาลให้ออกคำสั่งห้าม TMG จากการเข้ามายุ่งกับทรัพย์สินของเขา ทางบริษัทได้ยืนยันว่า ตัวของเดปป์เองคือบุคคลเดียวที่ควรรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายเงินมือเติบของเขา ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้แล้ว เพื่อปกป้องนักแสดงคนดังจากตัวของเขาเอง